ทำไมอังกฤษแบบญี่ปุ่นฟังเข้าใจยาก

ต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัว อาศัยประสบการณ์ ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ครับ ตั้งใจเขียนให้ผู้ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นครับ สำหรับผู้ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นคงรู้อยู่แล้วว่าทำไมอังกฤษแบบญี่ปุ่นฟังเข้าใจยาก

ภาษาญี่ปุ่น

เชื่อว่าหลายคนคงเคยสื่อสารกับคนญี่ปุ่นด้วยภาษาอังกฤษ หลายครั้งหากเราเป็นฝ่ายเริ่มคุย เขาก็เดินหนีไปเฉยๆ แต่ถ้าเขาต้องการถามเรา เขาก็จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ ก็อย่างที่หลายคนรู้ๆกันว่าภาษาอังกฤษแบบคนญี่ปุ่นฟังแล้วเหมือนมีเสียง โต๊ะๆกุๆโดะๆ แทรกขึ้นมา ทั้งๆที่คำในภาษาอังกฤษก็ไม่จำเป็นต้องออกเสียงพวกนั้น แล้วทำไมคนญี่ปุ่นถึงออกเสียงพวกนั้นล่ะ? ก่อนอื่นมาเริ่มจากข้อควรรู้ของภาษาญี่ปุ่นก่อน แบบสั้นๆ

  1. ภาษาญี่ปุ่นมีพยัญชนะและสระเหมือนอังกฤษและไทย แต่ตัวอักษรหนึ่งตัวในภาษาญี่ปุ่นรวมทั้งพยัญชนะและสระในตัว ตัวอย่างเช่น か(ka), き(ki), と(to)เป็นต้น นั่นหมายความว่าภาษาญี่ปุ่นไม่สามารถสะกดคำว่า robot ได้เป๊ะๆ เพราะว่าตัวอักษรท้ายสุดของคำว่า robot คือตัว t ซึ่ง t โดดๆไม่มีในภาษาญี่ปุ่น ฉะนั้นคำนี้จึงต้องสะกดด้วย ro-bot-to "โร-บ๊อต-โตะ" ไม่ใช่แค่ "โร-บอต"
  2. ภาษาญี่ปุ่นไม่มี ti มีแต่ ち(chi) , ไม่มี tu มีแต่ つ(tsu) (อ่านคล้ายๆซึ แต่ใส่ จ เข้าไปด้วย เสียงนี้ไม่มีในภาษาไทย) , ไม่มี yi และ ye, ไม่มีอักษรวรรค v ทั้งหมด
  3. ตัวสะกดโดดๆเพียงตัวเดียวของญี่ปุ่นคือ ん(n) นั่นแปลว่าญี่ปุ่นสามารถสะกดคำ เช่น กิน ได้เป๊ะ ไม่ต้อง "กิน-โน๊ะ" เพิ่มเติมคือตัว ん นี้เขียนแทนด้วย n ก็จริง แต่ออกเสียงได้ 3 แบบขึ้นอยู่กับว่าตัวถัดจากตัว n เป็นตัวอะไร ขอไม่กล่าวถึงที่นี้ อยากให้รู้เฉยๆว่าเสียง 3 แบบนั้นคือ n (น) , m (ม), และ ng (ง)
  4. ภาษาญี่ปุ่นไม่มีวรรณยุกต์ อันนี้บอกเฉยๆ ภาษาอังกฤษก็ไม่มีเหมือนกัน
  5. ภาษาญี่ปุ่นไม่มีตัว l อะไรที่เป็น l จะกลายเป็น r หมด จึงไม่แปลกที่คนญี่ปุ่นมักสะกดคำที่มีตัว l ผิด
  6. ภาษาญี่ปุ่นไม่มีการแยก "ท" กับ "ต" เป็น 2 ตัว จุดนี้เหมือนภาษาอังกฤษ

การแปลงเสียงญี่ปุ่นให้เป็นอังกฤษ

ถึงจุดนี้คิดว่าคงพอเข้าใจว่าทำไมภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นถึงมีเสียงแปลกๆเข้ามา ต่อไปนี้เป็นหลักง่ายๆที่ช่วยในการฟังอังกฤษแบบญี่ปุ่นได้

  1. คำอังกฤษที่มีตัวสะกดด้วย t หรือ d เวลาออกเสียงจะกลายเป็น to หรือ do หลักง่ายๆคือถ้าได้ยินเสียงพวกนี้ตอนท้ายคำ ก็ไม่ต้องสนใจมาก
  2. คำที่มีตัวสะกดเป็น k จะกลายเป็น ku เช่น นุ้ก จะกลายเป็น "นุ้ก-ขุ" ถ้าได้ยินเสียงอะไร ขุๆคุๆ ก็ไม่ต้องสนใจมาก คำที่สะกดด้วย b, p จะกลายเป็น bu, pu เช่นกัน
  3. คำอะไรที่มีเสียง "เออ" จะกลายเป็นเสียง "อา" เช่น inter เป็น "อิน-ตา" , barber ก็กลายเป็น "บา-บ้า"
  4. เสียง th คนไทยมักบอกว่าใกล้กับ t แต่ญี่ปุ่นบอกใกล้กับ "ส" ไม่ก็ "ฟ" มากกว่า ฉะนั้นคำว่า mother ใช้กฏข้อนี้กับข้อที่แล้วจึงได้เป็น "มา-ซ่า" คำที่คนได้ยินแล้วงงบ่อยคงเป็นคำว่า the คนไทยออกเสียง "เดอะ" คนญี่ปุ่นออกเสียง.... ใช่แล้วเขาออกเสียงว่า "สะ" (เสียงสั่นๆนิดหน่อยเหมือน z)
  5. คำที่มีตัว v จะกลายเป็นตัว b ฉะนั้นคำเช่น love ... เปลี่ยนเสียงเออเป็นเสียงอา เปลี่ยน v เป็น b และเปลี่ยน l เป็น r คำว่า love ในภาษาญี่ปุ่นจึงกลายเป็น "รา-บุ" (ラブ)
  6. อะไรที่มีเสียง ble ("เบิ้ล") เช่น table จะกลายเป็น "เท-บุ-รุ" (テーブル) คล้ายกันอะไรที่มีเสียง tle ("เติ้ล") เช่น little จะกลายเป็น "ริ-โตะ-รุ" (リトル)

หลักคร่าวๆเพียงเท่านี้คิดว่าน่าจะช่วยให้ฟังอังกฤษแบบญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้นครับ เอาไว้นึกออกจะมาเขียนต่อ